สวัสดีค่ะ"คุณครู"

posted on 17 Jan 2010 00:15 by freeda13

  จริงๆแล้ว ฉันเคยเขียนเรื่องครูหลายๆเรื่องในบล็อคนี้ แต่ เอนทรี่นี้เป็นเรื่องเลวร้ายของฉันสมัยเรียน ( แฉตัวเอง ว่างั้น << ใช่!! )

   สมัยเรียน ประถม ถึง มัธยม รีพอรท์ของฉันแย่มาก เข้าห้องปกครองเป็นว่าเล่น อะไรที่ผิดระเบียบฉันทำหมด มาเรียนสายก็ประจำ ขี้โมโห อารมณ์รุนแรง แกล้งเพื่อน แย่งขนมเพื่อน แกล้งคุณครูฝึกสอน ไม่เคารพครูประจำชั้น โอ๊ยยยยยย...เขียนแล้วเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเลวร้ายมาก!!

   มีหลายๆเหตุการณ์ที่ฉันจำขึ้นใจ เกี่ยวกับการกระทำของตัวเองต่อคุณครู แต่เหตุการณ์เรื่องนี้มันยังคงอยู่ในใจฉันตลอดมา เป็นเรื่องที่ฉันไม่เคยลืมมันเลย

   มีวันหนึ่ง ฉันโมโหเพื่อนคนหนึ่งของฉันมาก ถึงขั้นทะเลอะกัน แล้วฉันกระทำเลวร้ายมาก คือ ฉันลุกขึ้นไปเดินบนโต๊ะนักเรียนของเพื่อนคนนั้น ผ่านหน้าเขาไปเลยขณะที่เขานั่งอยู่ที่โต๊ะและกำลังเรียนวิชาภาษาไทยอยู่  และ คุณครูวิชาภาษาไทย ซึ่งเป็นคนเดียวกับครูประจำชั้นของฉันตอนฉันเรียน ม.3 

   คุณครูเห็นเหตุการณ์นั้นทันที คุณครูเลยด่าฉันกราด ว่า ฉันสันดาลไพร่ ( เน้นคำว่าไพร่ ได้อารมณ์มากกกก)ไร้มารยาท พ่อแม่ไม่สั่งสอน และ มากมาย ฉันเลยถามครูว่าทำไมไม่ถามเหตุผลของฉัน แต่ครูก็ยังคงด่าฉันในห้องแบบว่าให้ได้เจ็บ

   ฉันมีอารมณ์โมโห สุดขีด ฉันนิ่งฟังไม่ตอบโต้ แต่ฉันรู้แค่ว่าฉันโกรธมากกกกกกกก นิ่งเป็นหิน มือกำเกร็ง แววตาเกรียวกราด สบตาคุณครูแบบไม่ยอมลง แต่ ไม่เอยวาจาอะไรออกมา

   สุดท้าย ฉันเดินออกนอกห้องเรียน ไม่ยอมนั่งเรียนต่อ ขณะที่ครูด่าเสร็จ แล้วตั้งแต่นั้นมาวิชาเรียน ภาษาไทย ฉันไม่ยอมสวัสดีคุณครูในขณะที่ทุกคนยกมือสวัสดี ไม่ทำความเคารพ บางวันฉันลงไปนอนกับพื้น หลับเลยในขณะที่คุณครูสอนอยู่ ไม่ก็เดินออกนอกห้องขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่ แล้วแต่อารมณ์ว่าจะทำตัวขัดแย้งกับคุณครูยังไง 

   แล้วฉันมักจะมีที่ ที่ประจำเวลาฉันโดดเรียนวิชาคุณครูคนนี้ คือ ห้องกิจกรรม ฉันมักไปนอนเล่นบ้าง วาดรูปบ้าง ไม่ก็ไปแปลงเกษตร ขุดดินขุดหญ้า นอนเล่นใต้ต้นไม้ที่ประจำของฉัน ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น จะมีเพื่อนที่ซี้ๆฉันเท่านั้นที่รู้ว่าเวลาฉันหายไปไหน ต้องไปตามที่ไหน

   จนเวลาผ่านไปประมาณเดือนหนึ่งเห็นจะได้ มีงานอำลาคุณครู ซึ่งต้องมีทุกปีของชั้น ม.3 ที่จะต้องจัดขึ้น โดยที่นักเรียนทั้ง 6 ห้องของชั้น ม.3 ต้องมารวมตัวกันไหว้ครู อำลาคุณครู วันนั้นฉันไม่ยอมไปร่วมกิจกรรมในห้องประชุมนั้น ฉันก็เลยหนีขึ้นไปนอนเล่นที่ห้องกิจกรรม 

    สักพักมีเพื่อนสนิดของฉัน 2-3 คนเดินมาหาฉันที่ห้องกิจกรรม ขณะที่ฉันเอาหนังสือการ์ตูนปิดหน้าปิดตาเพื่อนอนหลับ เพื่อนสนิดของฉันตะโกนเรียกฉันว่า เห้ย!! ไปร่วมงานอำราคุณครูที่ห้องประชุม ม.3 ฉันเปิดหนังสื่อการ์ตูนที่ปิดหน้าปิดตาฉันอยู่ และตะโกนตอบไปว่า "ไม่ไป"พร้อมกลับเอาหนังสือปิดหน้าต่อ อย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

    เพื่อนตะโกนบอกว่า ไม่ไปไม่ได้ พิธีนี้จะไม่เริ่ม ถ้าแกไม่ไป ม.3 ทุกห้องเขารอแกคนเดียว!! ฉันยังคงนอนนิ่งไม่สนใจ เพื่อนพูดต่ออีกว่า ที่สำคัญคุณครูประจำชั้นของทุกห้องนั่งเก้าอี๊อยู่ตรงหน้าแถว เพื่อผูกข้อไม้ข้อมือพวกเรา   ฉันก็ยังคงไม่สนใจ

    จนเพื่อน บอกมาคำหนึ่งว่า คุณครูประจำชั้นห้องเรานั่งร้องไห้อยู่เพียงคนเดียวที่มีนักเรียนมาไม่ครบ ห้องอื่นๆ นักเรียนครบหมด มีแต่ห้องเรา คือ ห้อง 4 แก!!คิดดูเองแล้วกัน พวกเพื่อนทั้งหมดทั้ง 6 ห้องลงมติว่าให้มาตามแกวะ แล้วพวกเขาจะไม่ยอมจบพิธีการนี้ถ้าไม่มีแก เขาจะนั่งรอแกกันทั้ง 6 ห้อง พร้อมกับคุณครูทั้ง 6 ห้อง!! เพื่อนฉันกล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์

     ฉันนิ่งไปสักพัก พร้องกับยกตัวเองออกจากพื้นห้องกิจกรรม แล้วเอยขึ้นมาว่า "ไปก็ได้" ไปเพื่อพวกแกนะเฟ้ยยย!!

     ฉันเดินมาถึงห้องประชุม เพื่อนๆทั้ง 6 ห้องนั่งอยู่ในแถว มองมาที่ฉัน ฉันมองเพื่อนๆเหล่านั้นบางคนนั่งร้องไห้อยู่ บางคนทำสายตาโกรธเคือง  ฉันเดินผ่านเพื่อนๆ ไป และมองไปที่หน้าห้องประชุม   คุณครูทั้ง 6 ห้องนั่งด้านหน้า

      พอฉันหันหน้าไปสบตากับครูประจำชั้นของฉันเท่านั้นแหละ ฉันเข่าอ่อน คลานไปหาคุณครู ท่านนั่งร้องไห้อยู่เพียงผู้เดียว ฉันเห็นแววตาครูเท่านั้น กำแพงที่อยู่ในใจฉันถล่มทับตัวเองทันที ฉันคลานไปหาท่านแล้วยกมือกราบที่เท้าท่านท่านยกตัวฉันขึ้นมากอด แล้ว เราทั้งสองก็ปล่อยโฮ ทันที  

     ตอนนั้น ฉันเหมือนหูอื้อ เหมือนฉันจะได้ยินแต่เสียงผู้คนร้องไห้ โฮทั้งห้องประชุม หลังจากนั้นได้ยินเสียงตบมือ อย่างสนั่นหวั่นไหว ฉันไม่รู้หรอกว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในขณะนั้น 

 

 

 

 

 

 

 

 

     ฉันรู้แค่ว่า ฉันได้ยินแต่เสียงของคุณครูที่บอกว่า

 

 

 

 

 

 

                             "อภัยให้ครูเถอะนะ ที่ครูสอนเธอ"

 

 

 

 

 

 

 

 

                                           เพราะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                            "ครูอยากให้เธอเป็นคนดี"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                     "ครูรักเธอนะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

      เสียงนี้เป็นเสียงที่ก้องอยู่ในหูของฉันตลอดเวลาตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้

 

 .............................................................................................................

 

 

 

หัวหน้าห้องกล่าวว่า

 

 

 

 

"ห้อง 4 สวัสดีคุณครู"

 

 

 

 

ห้อง 4 พูดพร้อมกันว่า    

 

 

 

 

"สวัสดีค่ะ  คุณครู"

ชายในเครื่องแบบ

posted on 15 Sep 2009 19:57 by freeda13

   เนื่องด้วยเมื่อวาน ตื่นเช้ามา(10 โมง)เช้าตรงไหน ที่บ้านเพื่อน นั่งนึกนอนนึกว่าต้องทำอะไรบ้าง โอ้...ใช้ งานท่านพ่อนี่ แอบมาเที่ยวแต่ต้องให้ได้งานสิ ดังนั้นเลยคิดได้ว่าวันนี้ ต้องทำอะไรบ้าง จัดระเบียบความคิด โอเค สิ่งแรก ไปจองตั๋วรถไฟก่อน (เสร็จ) ไปท่าพระจันทร์ต่อ(เป็นสาวงามที่หน้าตาโง่ๆไปดูอุปกรณ์ทำสร้อยคอใส่พระ และ แวะดูพระเล็กๆน้อยๆ ตามประสา) อะ...เสร็จ ไปสำเพ็งต่อ (จุดมุ่งหมายเดียวกับไปท่าพระจันทร์ แต่ดูน่าจะเหมาะสมกว่าการไปเดินดูพระ) เสร็จ

   ณ.ขณะช๊อบปิ๊งที่ เพ็งลาก๊อน (ดูไฮโซขึ้นมาเปล่า ) เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นสคส.โทรมาหา เกี๊ยงอยู่ไหนเนี๊ย แล้วจะไปไหนต่อ freeda เล่าแผนการเดินทางทั้งหมดว่า เดี๊ยวเสร็จจาก เพ็งลาก๊อน จะไปที่ bbbshop อาคารอะไรสักอย่างที่ยูๆเนี๊ยๆ (ซึ่งไปร้านปิดแล้ว)ไม่ทัน น้องข้างๆร้านบอกว่าเขาเพิ่งกลับไปเมื่อกี๊ เขาก็รอพี่อยู่แต่เช้าแล้ว (ซึ่งขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วย)

  เสร็จแล้วกลับไปเอาของที่คลองสาน แล้วสุดท้ายท้ายสุด กลับมาขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง นสคส.หัวเราะกร๊ากกกกกก เกี๊ยงอ้อมโลกมากเลยงะ ฉันตอบ ถ้าไม่อ้อมไม่ใช้เกี๊ยงสิ จะรู้ไหมเนี๊ยว่ามันอ้อมงะ เป็นสไตย์ สาวบ้านนาเข้ากรุง ก็เงี๊ย

 

   ในที่สุดก็เดินทางมาถึง หัวลำโพง โดยมีเพื่อนสาวที่แสนน่ารัก(ถึงในความเป็นจริง เพื่อนสาวจะเลยความสาวมานานแล้วก็ตาม) ว่าจะหากินข้าวเย็นกันที่นี่ แต่ดูเวลาแล้วคงไม่ทันการณ์ อีก 20 นาทีรถออก

   ทำไงดีป้านิด คงกินข้าวเย็นด้วยกันไม่ทันแน่ป้า เอางี้เราซื้ออะไรไปนั่งกินรองท้องบนรถไฟก่อนดีกว่าเนอะ ป้าบอก เคจัดไป นูเดิ้ลคับรสต้มยำ ใส้กรอก2 แท่ง ขนมปังกระเทียม ข้าวโพดทอด ซื้อเสร็จใส่ตีนหมาเลยป้า เวลามีน้อยใช้สอยประหยัด

   วิ่งสปี๊ด 100 เมตร เวลาเหลือ 15 นาที ป้าเราซัดข้าวเย็น(จะเรียกว่าข้าวเย็นดีไหม๊ เพราะอาหารทุกอย่างที่ซื้อมา ร้อนมากกกก...คร่อกกกก)ด้วยกัน ยังทันนั่งกินบนนี้แหละ พอกินเสร็จภายใน 10 นาที ป้าลืมซื้อน้ำ ไม่เป็นไรเดี๊ยวสั่งพนักงานในรถได้ ไม่ต้องห่วง  ป้าลงไปได้แล้วรถจะออกแล้ว การจากลาเริ่มขึ้น(ขอบคุณป้านิดมา ที่ชวนเกี๊ยงมาเป็นภาระถึง 4 วัน 555555)จากนั่นเวลาเหลือเล็กน้อย...ฉันวิ่งลงรถใส่ตีนหมาอีกครั้ง ไปซื้อน้ำ แทบล้มวิ่งผ่านชายในเครื่องแบบ แทบจะชนเขา มิได้หันหน้ามองได้แต่กล่าวขอโทษ แล้วรีบวิ่งต่อ หน้าแทบคว่ำซื้อเสร็จ วิ่งขึ้นบนรถไฟ พอดี๊.....พอดี รถออก...(ฉันชูมือขึ้นเหมือนวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง ทำโดยไม่อายใคร)

   ป้านิดจากไป ความเงียบมายืนอีกครั้งหันหน้ามองภายนอกผ่านกระจกรถไฟที่ปิดสนิด...สักพักได้ยินเสียงความวุ่นวายเก้าอี้ข้างๆ(ซึ่งมันจะกลายเป็นเตียงนอนในไม่ช้า ด้วยระบบกลไกที่ไม่ซับซ้อน แต่เป็นอะไรที่ freeda ว่ามันอะแมตซิ่งมาก คิดกับตัวเองทุกครั้งที่เห็นว่า ใครเป็นคนคิดระบบ ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก จากเก้าอี้ 2 ตัวแล้วเป็นที่นอน 2 ชั้นได้วะ โครตเก่ง ชอบ จนอยากขอลายเซ็นคนคิด แถมจะขอหอมแก้ม 2 ที

   หันไปตามเสียงความวุ่นวายนั้น และแล้วทุกอย่างก็หยุด เหมือนภาพความฝัน พนักงาน(ที่สวมเครื่องแบบขาว ประจำตู้รถไฟ) ที่เห็นเมื่อกี๊ (ที่จะชนเขานะ)แม่เจ้า

 

 

นั่น...............................

 

 

 

 

   คน 

 

 

 

 

  หรือ 

 

 

 

 

 

 

 เทพบุตร 

 

 

( คางทับตีนตัวเองอย่างแรง หยุด สายตาในความหล่อ อนาโตมี่ที่ลงตัว )

แป๊ก....มั๊กมากกกกกกกกกกก หล่อ ขาว ตี๋ ขนจมูกไม่มี ขี้ไม่เหม็น (แต่ไม่ทันได้ดมขี้)เลยไม่รู้ว่าเหม็นหรือเปล่า...คร๊อก(แต่ไม่เป็นไร ขาดคุณสมบัตรสักข้อ เกี๊ยงอภัยได้)....ฮิ้ววววววววว

 

   รู้ตัวสักพักรีบหันหน้ากลับมา พร้อมใจที่สั่นไม่เป็นจังหวะ ขัดแย้งกับเสียงรถไฟที่กำลังเคลือนที่ บอกกับตัวเองว่า เกี๊ยงงงงงงงใจเย็นๆ (ท่อง 3 จบ) หาทางสงบ.....เกี๊ยง( 3 จบ) เอาวะ!ไปนั่งดื่มที่ตู้เสบียงดีกว่า ดื่มอะไรเย็นๆ ดีกว่านั่งมอง เทพบุตรในเครื่องแบบเดินไปเดินมา ผ่านหน้าผ่านตา

   นั่งดื่มได้สักพัก พ่อเทพพระบุตรตามมาหลอกหลอน ลอยมาเลย ในใจคิดว่า การหนีไม่ได้ช่วยอะไรได้ คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันไป (โห....จะอ๊วก)5555 

   อาว.....ลอยผ่านโต๊ะตูไปสะงั้น 

 

 

 

 

   เศร้าาาาาาาาาาาาาาาาาา(กรุณาทำเสียงต่ำๆ แบบปลงๆ )

 

 

 

 

 

 

       แต่

 

 

 

  แม่เจ้าาาาาาาาา....มานั่งแบบหลังชนหลัง(...โห๊ะ...อ้าย..อีน้องใจปะดีเน้อ) ที่ตั้งเยอะ ตั้งแยะ อย่ามา!!!!!!!  ความตื่นเต้นเกิดขึ้นอีกครั้ง คิดในใจว่า อย่ามาอ่อยตูนะเฟี๊ย.....เดี๊ยวมีลูก(เอ๊อ........อออ มีเรื่อง)

  แอบคิดว่า พ่อเทพบุตรกรุณาย้ายที่นั่งเดี๊ยวนี้ นั่งตรงนี้ใกล้ไปเดี๊ยวได้ยินเสียงหัวใจสาวเหนือ5555 ไม่ใช้ นั่งตรงนั่นแล้วจะเห็นหน้ากันได้อย่างไร (ขณะพิมพ์ ยิ้มอย่างมี เลส สะ นัย หุ หุ) แต่แล้ว เขาก็เหมือนได้ยินเสียงหัวใจที่บอกว่าให้ย้ายที่....

  สลบ....

  เขาย้ายมานั่งโต๊ะถัดไปข้างหน้า พร้อมกับข้าวที่เขาสั่งมากิน(แอบคิดในใจว่า เทพบุตรกินข้าวด้วยเหรอ5555 ไม่ใช่อิ่มทิพเหรอเนี๊ย..หุ หุ) แล้วหันหน้ามาด้านตู..(คร่อกกกกกกกกก) โห...ไม่อยากกินเบียร์แล้วววว อยากกินอย่างอื่นแล้ววววว(ทะลึ่ง!)55555

   สักพัก เขากินเสร็จ เดินกลับไปทำงานต่อที่ตู้ แต่ฉันยังคงดื่มด่ำกับรสชาติของเบียร์ในขวดที่ 2 เพียงลำพัง พร้อมกับเสียงเพลงที่แน๊ปไว้ที่รูหู  เพลงเล่นช้าๆ ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์นี้เป็นอย่างมาก...นั่นคือเพลง....ฟ้ากาง(ของระวี)

   น้อง..........เบียร์หมด (เช็คตัง)เดินกลับไปยังที่นั่ง เดินผ่านพ่อเทพบุตรที่นั่งอยู่ (แอบสบตากันเล็กน้อย) นั่งประจำที่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน( ก่อนที่จะใจลอยไปนั่งข้างๆเขา) สักพัก มีเงายืนอยู่ข้างๆ ทักขึ้นมาว่าจะนอนเลยไหม๊ครับ(เพลงประกอบละครดังขึ้น....โอ๊ยโอ๊ย...) หันไปตอบเขาว่า นอนเลยก็ได้คะ(แอบคิดในใจ....ช่างดีจริงๆที่มีคนหล่อๆมาปูที่นอนให้นอน ช่างโรแมนติกอะไรขนาดนี้..........   ความคิดหยุด มันเป็นหน้าที่ไหม๊อีเกี๊ยง)

  แม่เจ้า....ช่างเป็นที่นอน ที่นอนมีความสุขอะไรเช่นนี้ กำลังจะเอนตัวลงนอน ตามองไปเห็นหมวกทรงข้าราชการสีขาวที่ด้านบนหัวเตียง(อยู่ด้านนอก ชั้นวางของที่ทำเหล็กจากสานหันห่างๆ) โฮ๊ะ...ของคุณเทพบุตรแน่นอน แอบมีรูป ชื่อ นามสกุล(ไม่แน่ใจว่ามีเบอร์โทรติดหรือเปล่า 5555) ไม่กล้าหยิบมาดู..เดียวจะดูตั้งใจไปนิส..แหมมมม...ที่วางตั้งเยอะ ตั้งแยะ นะ มาวางตรงนี้....อย่ามา!

 

  โห...นี้จะให้นอนมองรูปกันเลยที่เดียว หุ หุ (รู้จักตูน้อยไปสะแล้วววววววววววววววว)เดี๊ยว ....ขโมยหมวกสะเลยนี่ 55555 (ไอ้บ้า...5555) นอนเล่นสักพักคิดอะไรเพลินๆฟังเพลง.. แว๊ป ...หน้าของเจ้าชายยอดหญ้าลอยมา...โอเค โอเค...นี่มาเตือนสติใช่มะ....ได้.... เกี๊ยงอย่าเป๋..บอกตัวเองว่าอย่าเป๋(สัญญาว่าจะซื่อสัตย์กับเจ้าชายยอดหญ้าไว้) เคละ นอน นอน นอน

 

  เช้า.........มา5555 เป็นคนสุดท้ายที่ตื่น เปิดม่านมาก็เห็นพ่อเทพพระบุตร ยืนอยู่ตรงหน้า..สะงั้น แล้วเขาก็เดินผ่านไป....ช่างเป็นเช้าที่สดใสเสียจริงงงงงงงงงงงงงง หุ หุ ... ลุกขึ้นหารองเท้าเพื่อ ไปเข้าห้องน้ำ แปรงฟัน แม่เจ้า!!!!หารองเท้าไม่เจอ...หายไปไหนเนี๊ยย....เมื่อคืนถอดไว้ที่พื้นข้างล่างนี้หว่า หาสักพัก

  แอ๊ะ...มาอยู่ตรงกระเป๋าเป้ของตัวเองได้อย่างไร(ซึ่งกระเป๋าเป้ อยู่ที่ชั้นวางข้างๆด้านล่างนี่) วางสะสวยงามขัดแย้งกับรองเท้าคอนเวิทร์เก่าๆสะงั้น แอบคิดในใจ...แหมมมมมมมมม...อย่ามา!

  5555 เสร็จจากทำล้างหน้า แปรงฟัน เดินกลับมาที่นั่งเหมือนเดิม สักพัก ลอยมาอีกแล้วววววว ....เก็บที่นอนเลยไหม๊ครับ............เก็บให้หมดเลยคะ (กรุณาเก็บใจพี่ไปด้วยก็ได้...) แม่เจ้า.....อย่าเป๋ เกี๊ยงอย่าเป๋

  เก็บเสร็จ....เอาละจะถึงที่หมายแล้ว ...ใจเริ่มหายไม่อย่าลงรถไฟขบวนนี้เลยยยยยยยยยย ให้ตายสิ... แต่เอาละต้องสู่โลกแห่งความจริง....หม่อมแม่รอมารับอยู่

  ถึงที่หมาย...พ่อเทพบุตรรอส่งแขกตามหน้าที่ เรายิ้มให้กันเล็กน้อย แล้ว ฉันกล่าวขอบคุณ 

 

 

  สวัสดี

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

-รถไฟขบวนสุดท้ายมีจริง แต่ วันหลังไว้ขึ้นใหม่ได้ 555555( เพื่อนสาวคนไหน จะขึ้นรถไฟ แต่มาเชียงใหม่นะ ไม่ใช้ไปสุไหยโลรก**พิมพ์ผิดแน่นอน อะพนักงานตรวจปรู๊ฟทำหน้าที่เร๊วววววววว** กรุณาเลือก ตู้เบอร์ 7 เลขที่นั่งที่ไหนก็ได้ แต่ freeda ได้เบอร์ 36 (มิใช่อายุนะ) ทั้งขาไปและขากลับ คอยดูจะซื้อหวย

-เทพบุตรมีจริง มิได้อิงนิยาย...โทรเมาร์กับป้านิด  ป้านิดบอกฉันเห็นตั้งแต่แรกแล้ว แต่ไม่บอกแก55555 ที่สำคัญฉันจอง( ฉันเถียง ป้าแต่งงานแล้วนะ   ป้าอย่าเป๋)

-เชื่อเถอะว่า ทุกครั้งที่เราผ่านกันไปมา ตั้งแต่ เริ่มนั่ง จนถึงที่หมาย ทุกครั้งเราจะสบตากัน และ ยิ้มเล็กน้อย( โอ๊ย....หัวใจจะวาย)

-ฉันตั้งปติณาณตนไว้ว่า ถ้า เราเจอกัน ครบ 3 ครั้งมันจะเป็น พรหมลิขิต ครั้งที่ 3 คอยดู ฉันจะขอเขาแต่งงาน 555555555555555555555

 

 

 

 

 

( เกี๊ยง....อย่าเป๋)